ให้เรตสมาชิก: 2 / 5

ดาวใช้งานดาวใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 
เริ่มต้นทำธุรกิจบนอินเตอร์เน็ต e-commerce ระบบการสั่งซื้อ (ORDER SYSTEM)? ระบบการชำระเงิน (PAYMENT SYSTEM)
อินเตอร์เน็ตเป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มช่อง ทางในการขยายโอกาสทางการค้าจากระดับประเทศไปสู่ระดับนานาชาติได้อย่างมี ประสิทธิภาพในระดับหนึ่ง และมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างถูก ในปัจจุบัน จึงผู้ให้ความสำคัญกับการทำธุรกิจบนอินเตอร์เน็ตมากขึ้นเป็นหลายเท่า แม้ว่าการทำธุรกิจบนอินเตอร์เน็ตจะเป็นที่แพร่หลายทั่วไปและไม่ใช่เรื่อง ยุ่งยากมากนัก แต่หลายคนก็ยังขาดความเข้าใจเบื้องต้นในการเริ่มต้นทำธุรกิจประเภทนี้ เราลองมาศึกษาดูว่าก่อนจะเริ่มทำธุรกิจบนอินเตอร์เน็ต เราจะต้องคำนึงถึงสิ่งใดบ้าง?

การจะเริ่มต้นทำธุรกิจบนอินเตอร์เน็ตให้มีประสิทธิผล มีขั้นตอนที่ควรพิจารณาดังต่อไปนี้

1. พิจารณาความพร้อมของบริษัท
พิจารณาว่าจะพัฒนาเว็บไซต์มาเพื่อวัตถุประสงค์ใด เช่นเพื่อประชาสัมพันธ์บริษัท ประชาสัมพันธ์สินค้า หรือว่าเพื่อมุ่งขายสินค้าโดยตรง ซึ่งแต่ละวัตถุประสงค์ก็จะมีองค์ประกอบภายในเว็บต่างๆกันไป กำหนดระยะเวลาในการดำเนินงานโดยละเอียด เพื่อให้มีแผนการทำงานที่แน่นอน

2. เลือกสินค้าที่จะจำหน่าย
สินค้าที่จำหน่ายผ่านอินเทอร์เน็ตจะแบ่งได้เป็นสองรูปแบบคือ สินค้าที่จับต้องได้ (Physical Goods) คือสินค้าทั่วๆไป สินค้าที่จับต้องไม่ได้ (Digital Goods) เช่นเพลงซอฟต์แวร์ ข้อมูล และสุดท้ายการบริการ (Services) เราควรศึกษาถึงความเป็นไปได้ของสินค้าที่จะทำการจำหน่าย ดูสภาพตลาดว่ามีผู้ประกอบการทำกันมากแล้วหรือยัง สินค้าของเราสามารถจะเจาะตลาดนั้นๆได้หรือไม่ ไม่จำเป็นต้องเป็นสินค้าที่หาซื้อได้ยากเท่านั้นอาจเป็นสินค้าที่มีจำหน่าย กันอยู่แล้วแต่ว่าเราเพียงเพิ่มช่องทางจำหน่ายเท่านั้น สินค้าที่จะจัดจำหน่าย ราคาต้องไม่สูงเกินไป และสามารถจัดส่งได้สะดวก

3. พัฒนาเว็บไซต์
กำหนดโครงสร้างของเว็บเพจว่าจะมีอะไรบ้าง เช่น Homepage, Company Profile, Product and Service etc กำหนดรูปแบบของเว็บเพจ ภาพโดยรวมเป็นอย่างไรเรียบง่าย มีลูกเล่นมาก(แสดงผลช้า) อธิบายลักษณะสินค้า และบริการให้สมบูรณ์ ราคาสินค้า (บาทและดอลลาร์สหรัฐฯ) ราคารวมค่าขนส่ง/ประกันภัย/ภาษี รายละเอียดของร้านค้าที่ลูกค้าจะติดต่อได้ นโยบายการคืนสินค้า ถ้าไม่มีนโยบายการคืนสินค้าร้านค้าต้องแจ้งลูกค้าทราบในการสร้างเว็บไซ ต์นั้น ขอแนะนำให้ปรึกษากับผู้ที่มีความเชี่ยวชาญดีกว่า เนื่องจากในปัจจุบันมีการแข่งขันกันค่อนข้างมากจึงทำให้ราคาไม่แพงอีกแล้ว นอกจากนั้นผู้ให้บริการเหล่านั้นยังมีประสบการณ์ในการพัฒนามาแล้วและยังมี ทรัพยากรที่มารองรับอย่างพร้อมเพียงอีกด้วย

4. การรับและบริหารการสั่งซื้อ
- ระบบการสั่งซื้อ (ORDER SYSTEM)?
- ระบบการชำระเงิน (PAYMENT SYSTEM) วิธีที่สะดวกที่สุดคือการรับชำระเงินผ่านบัตรเครดิต?
- ยืนยันคำสั่งซื้อ?
- บรรจุสินค้าเพื่อทำการจัดส่ง?
- วิธีการส่งต้องรวดเร็วและสะดวก โดยเสนอทางเลือกให้ลูกค้าด้วย?
ท่านสามารถใช้บริการทั้งของรัฐคือการสื่อสารแห่งประเทศไทยและเอกชน ซึ่งจะมีบริการให้ท่านอยู่แล้วสำหรับการประกอบการค้าบนอินเทอร์เน็ต ถ้าท่านเลือกบริษัทรับจัดส่งที่มีบริการติดตามสินค้าด้วยยิ่งเป็นข้อดีในการ ให้บริการไปในตัวด้วย

5. ดำเนินการทางด้านภาษีให้ถูกต้อง
การค้าผ่านอินเทอร์เน็ตนั้นเป็นเพียงการเพิ่มช่องทางในการจำหน่ายเท่านั้น ดังนั้นการเสียภาษีก็ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เดิม สำหรับข้อตกลงขององค์การการค้าโลก (WTO) ในเรื่องภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าที่จัดส่งทางอิเล็กทรอนิกส์ยังไม่ให้มีการ จัดเก็บภาษีใดๆในขณะนี้ ส่วนในเรื่องภาษีอื่นๆสรุปได้ดังนี้?

- การทำธุรกรรมทางอินเทอร์เน็ต ผู้ประกอบการ(บริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล) มีหน้าที่ต้องเสียภาเงินได้ตามกำไรสุทธิจากกิจการนั้นตามอัตราที่กฎหมาย กำหนด สำหรับกรณีภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นภาษีที่จัดเก็บจากการบริโภคสินค้าหรือได้รับ บริการต่างๆ ผู้ซื้อสินค้าและผู้รับบริการจึงมีภาระในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยกฎหมายกำหนดให้ผู้ประกอบการเป็นผู้นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม ดังนั้นหากเป็นการขายสินค้าหรือบริการตามที่กฎหมายกำหนดไว้แล้ว ผู้ที่เกี่ยวข้องย่อมมีภาระภาษีตามปรกติ?

- ในกรณีที่มีการขายสินค้า,การนำเข้าสินค้าที่จับต้องไม่ได้ (intangible/ electronic goods) หากถือเป็นสินค้าตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ก็ต้องมีภาระภาษีที่ต้องชำระเช่นกัน และการให้บริการผ่านระบบอินเทอร์เน็ตจะถือเป็นการให้บริการในราชอาณาจักรและ มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศหรือไม่ ยังเป็นประเด็นปัญหาที่ยังไม่มีข้อยุต
ที่มา : http://www.tradepointthailand.org/