Page 1 of 1

7 สิ่งที่ต้องปรับปรุงเพื่อลดค่า Bounce Rate บนหน้าเว็บไซต์

Posted: 18/02/2020 10:22 am
by phasamon
หลายๆคนอาจจะเกิดความสงสัยอยู่ในใจว่า ทำเว็บไซต์ ก็แล้ว ทำ SEO ก็แล้ว ทำมาก็นานแล้ว แต่ทำไมเว็บไซต์ถึงไม่ติดอันดับ มันยากเย็นเหลือเกิน มันเพราะอะไร ผมบอกได้เลยว่าปัจจัยตัวหนึ่งที่ทำให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับยากนั้นก็คือ Bounce Rate
เอะ! แล้ว Bounce Rate คืออะไร มันมีผลกับเว็บไซต์ของเราอย่างไร วันนี้ผมขอนำเสนอสิ่งที่เราควรปรับปรุงเว็บไซต์ของเราเพื่อให้ Bounce Rate มีอัตราที่น้อยลง
Bounce Rate คือ อัตราส่วนของผู้เข้าชมเว็บไซต์เพียงหน้าเดียวแล้วปิดออกไป ซึ่งถ้าค่านี้มีอัตราที่สูง เว็บไซต์ของเราจะถูกจัดอันดับว่าเป็นเว็บไซต์ที่ไม่มีคุณภาพ หรือเนื้อหาไม่น่าสนใจ

เห็นไหมครับว่า Bounce Rate มันจะทำให้ Google มองว่า เว็บไซต์ของเราที่ไม่มีคุณภาพ จนทำการติดอันดับนั้นมีเปอร์เซ็นที่น้อยลง ติดอันดับยากขึ้นนั้นเอง ทีนี้เราจะต้องปรับปรุงเว็บไซต์อย่างไรบ้างเพื่อให้ Bounce Rate ลดลงไปดูกันเลย

1. เพิ่มความเร็วบนหน้าเว็บไซต์

ปัจจุบันในโลกออนไลน์ไม่มีผู้ชมที่จะอดทนรอการโหลดหน้าเว็บไซต์ได้นานๆ หาก Landing Page ไม่สามารถแสดงได้ภายใน 2-5 วินาที หน้าเว็บไซต์นั้นจะเสี่ยงต่อถูกละทิ้งออกไปจากผู้ชม และทำให้ค่า Bounce Rate บนหน้าเว็บไซต์เพิ่มขึ้น

2. ออกแบบหน้า Landing Page ให้ดึงดูด

แม้ว่าบนหน้าเว็บไซต์จะโหลดได้อย่างรวดเร็วแล้วแต่ขาดความน่าสนใจ ในการดึงดูดสายตาก็อาจจะทำให้ผู้ชมออกจากหน้าเว็บไซต์ไปก่อนที่จะเกิดการคลิกครั้งแรกได้

3. กำหนดกลุ่มเป้าหมายให้เหมาะสมและชัดเจน

หากผู้ชมที่เข้ามาบนหน้าเว็บไซต์แล้วพบเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมกับพวกเขา ผู้ชมจะไม่สนใจที่จะอยู่บนหน้าเว็บไซต์

ดังนั้นตรวจสอบให้แน่ใจว่ากลุ่มเป้าหมายของเรานั้นถูกต้องตามกลยุทธ์การตลาด และ มีเนื้อหาบนหน้าเว็บไซต์ที่ตรงตามความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้พวกเขาดำเนินการอยู่บนหน้าเว็บไซต์ได้นานขึ้น

4. มีจุดหมายที่ชัดเจนบนหน้าเว็บไซต์

Landing Page นั้นถึงแม้จะเรียบง่าย แต่ต้องมีการวางแผนในการสร้างหน้าที่เพื่อเป้าหมายในการใช้งาน ซึ่งแตกต่างจากหน้าเว็บไซต์ที่เป็นแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจของแบรนด์

Landing Page มีจุดประสงค์คือการกระตุ้นให้เกิดการดำเนินการตามเป้าหมาย ดังนั้นควรกำหนดจุดมุ่งหมายเพียงอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นการให้ดาวน์โหลด eBook, ลงทะเบียน, ทดลองใช้ฟรี หรือนัดหมาย เป็นต้น

5. สร้างคุณค่าให้กับผู้ชมบนหน้าเว็บไซต์
หลายครั้งเมื่อกลุ่มเป้าหมายได้รับความสนใจจากโฆษณา เมื่อพวกเขาเข้าเยี่ยมชมหน้าเว็บไซต์ หรือคลิกไปยัง Landing Page โดยมีความคิดว่าแบรนด์คือผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยแก้ปัญหาให้กับพวกเขา ซึ่งหากหน้าเว็บไซต์ขาดข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ก็จะทำให้พวกเขาละทิ้งหน้าเว็บไซต์แล้วออกไปหาหน้าเว็บไซต์อื่นๆ ที่ตอบสนองต่อปัญหาของพวกเขาได้แทน

6. สร้างลิงก์ภายในเนื้อหาบนหน้าเว็บไซต์ (Internal Link)
การสร้างลิงก์ภายในเนื้อหาเป็นตัวกระตุ้นให้ผู้ชมไปยังอีกหน้าของเว็บไซต์ และ ค้นพบคำตอบของปัญหาได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้การจัดอันดับจากการค้นหามีคะแนนที่ดีมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

7. ลบโฆษณาบนหน้าเว็บไซต์

การมี banner มากมายที่แย่งชิงสายตาของผู้ชม นอกจากจะทำให้ผู้ชมหงุดหงิดรำคาญใจแล้ว ยังทำให้หน้าเว็บไซต์ขาดความน่าเชื่อถือ และ จุดมุ่งหมายของหน้าเว็บไซต์ถูกลดทอนความสนใจด้วยการรบกวนจากโฆษณาเหล่านั้น

เพียงแค่คุณใส่ใจและ ปรับปรุง 7 สิ่งที่กล่าวมา เว็บไซต์คุณก็จะมีคุณภาพมากขึ้น ไต่อันดับได้อย่าง่ายดาย ลองไปปรับใช้กันดูนะครับ